เมนู

9. โอปมฺมสํยุตฺตํ

1. กูฏสุตฺตํ

[223] เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเมฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติฯ ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํฯ ภควา เอตทโวจ – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, กูฏาคารสฺส ยา กาจิ โคปานสิโย สพฺพา ตา กูฏงฺคมา กูฏสโมสรณา กูฏสมุคฺฆาตา สพฺพา ตา สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, เย เกจิ อกุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อวิชฺชามูลกา อวิชฺชาสโมสรณา อวิชฺชาสมุคฺฆาตา, สพฺเพ เต สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติฯ ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามา’ติฯ เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติฯ ปฐมํฯ

2. นขสิขสุตฺตํ

[224] สาวตฺถิยํ วิหรติฯ อถ โข ภควา ปริตฺตํ นขสิขายํ ปํสุํ อาโรเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ตํ กิํ มญฺญถ ภิกฺขเว, กตมํ นุ โข พหุตรํ, โย วายํ [โย จายํ (พหูสุ)] มยา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต อยํ วา [ยา จายํ (สฺยา. ก.)] มหาปถวี’’ติ? ‘‘เอตเทว, ภนฺเต, พหุตรํ ยทิทํ มหาปถวีฯ อปฺปมตฺตโกยํ ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโตฯ สงฺขมฺปิ น อุเปติ อุปนิธิมฺปิ น อุเปติ กลภาคมฺปิ น อุเปติ มหาปถวิํ อุปนิธาย ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต’’ติฯ ‘‘เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อปฺปกา เต สตฺตา เย มนุสฺเสสุ ปจฺจาชายนฺติ; อถ โข เอเตเยว พหุตรา สตฺตา เย อญฺญตฺร มนุสฺเสหิ ปจฺจาชายนฺติฯ ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามา’ติฯ เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติฯ ทุติยํฯ

3. กุลสุตฺตํ

[225] สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป.… ‘‘เสยฺยถาปิ , ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ กุลานิ พหุตฺถิกานิ อปฺปปุริสานิ ตานิ สุปฺปธํสิยานิ โหนฺติ โจเรหิ กุมฺภตฺเถนเกหิ ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุโน เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ อภาวิตา อพหุลีกตา โส สุปฺปธํสิโย โหติ อมนุสฺเสหิฯ เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ กุลานิ อปฺปิตฺถิกานิ พหุปุริสานิ ตานิ ทุปฺปธํสิยานิ โหนฺติ โจเรหิ กุมฺภตฺเถนเกหิ, เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุโน เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา โส ทุปฺปธํสิโย โหติ อมนุสฺเสหิฯ ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘เมตฺตา โน เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา ภวิสฺสติ พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา’ติฯ เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติฯ ตติยํฯ

4. โอกฺขาสุตฺตํ

[226] สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป.… ‘‘โย, ภิกฺขเว, ปุพฺพณฺหสมยํ โอกฺขาสตํ ทานํ ทเทยฺย, โย มชฺฌนฺหิกสมยํ โอกฺขาสตํ ทานํ ทเทยฺย, โย สายนฺหสมยํ โอกฺขาสตํ ทานํ ทเทยฺย, โย วา ปุพฺพณฺหสมยํ อนฺตมโส คทฺทุหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย, โย วา มชฺฌนฺหิกสมยํ อนฺตมโส คทฺทุหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย, โย วา สายนฺหสมยํ อนฺตมโส คทฺทุหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย, อิทํ ตโต มหปฺผลตรํฯ ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘เมตฺตา โน เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา ภวิสฺสติ พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา’ติฯ เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติฯ จตุตฺถํฯ

5. สตฺติสุตฺตํ

[227] สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป.… ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, สตฺติ ติณฺหผลาฯ อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย – ‘อหํ อิมํ สตฺติํ ติณฺหผลํ ปาณินา วา มุฏฺฐินา วา ปฏิเลณิสฺสามิ ปฏิโกฏฺฏิสฺสามิ ปฏิวฏฺเฏสฺสามี’ติฯ ตํ กิํ มญฺญถ, ภิกฺขเว, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส อมุํ สตฺติํ ติณฺหผลํ ปาณินา วา มุฏฺฐินา วา ปฏิเลเณตุํ ปฏิโกฏฺเฏตุํ ปฏิวฏฺเฏตุ’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ , ภนฺเต’’ฯ ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ’’? ‘‘อสุ หิ, ภนฺเต, สตฺติ ติณฺหผลา น สุกรา ปาณินา วา มุฏฺฐินา วา ปฏิเลเณตุํ ปฏิโกฏฺเฏตุํ ปฏิวฏฺเฏตุํฯ ยาวเทว จ ปน โส ปุริโส กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสา’’ติฯ